- Home
- เกี่ยวกับสถานทูต
- สารจากเอกอัครราชทูต
- เกี่ยวกับสถานทูต
สารจากเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ถึงชุมชนชาวไทย
สารจากเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา ถึงชุมชนชาวไทย
สวัสดีค่ะ พี่น้องชาวไทยในออสเตรีย สโลวาเกีย และสโลวีเนีย ทุกท่าน
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดิฉันและข้าราชการสถานเอกอัครราชทูตฯ สำนักงานทีมประเทศไทย มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพบปะ พูดคุย และร่วมกิจกรรมกับพี่น้องชาวไทยในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งนับเป็นกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถของพวกเราเพื่อส่งเสริมและพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศไทย ควบคู่ไปกับการดูแลและคุ้มครองสวัสดิภาพของคนไทย ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็ง ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของชุมชนไทยในเขตอาณา
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นหลายเรื่องสำหรับพวกเราชาวไทยในต่างแดน เราได้ร่วมกันผ่านช่วงเวลาแห่งความสูญเสียและความโศกเศร้าครั้งสำคัญของประเทศจากการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งนำมาซึ่งความอาลัยอย่างสุดซึ้งแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งในประเทศและในต่างแดน ในห้วงเวลาแห่งความโศกเศร้านั้น สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ร่วมกับพี่น้องชาวไทยในเขตอาณาจัดกิจกรรมเพื่อแสดงความอาลัยและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและพระกรุณาธิคุณ ตลอดจนร่วมกันประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ที่สะท้อนถึงความจงรักภักดี ความสามัคคี และความเอื้ออาทรของชุมชนไทย ดิฉันรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นพี่น้องชาวไทยมาร่วมแรงร่วมใจกันอย่างพร้อมเพรียงด้วยหัวใจเดียวกัน
สถานเอกอัครราชทูตฯ ได้มุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจในทุกมิติ ทั้งการส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศออสเตรีย สโลวาเกียและสโลวีเนีย การแสวงหาโอกาสเพื่อขยายตลาดการค้าและการดึงดูดลงทุนไปไทย การนำองค์ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวปฏิบัติที่ดีในการจัดการสิ่งแวดล้อมและสังคมของประเทศเหล่านี้ไปปรับใช้เพื่อพัฒนาประเทศไทย รวมทั้งการแสดงบทบาทเพื่อรักษาผลประโยชน์ไทยในเวทีพหุภาคีในกรอบองค์การระหว่างประเทศต่าง ๆ ณ กรุงเวียนนา
ในด้านความสัมพันธ์ทวิภาคี เราได้เดินหน้ากระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับทั้งสามประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะการจัดการประชุมการปรึกษาหารือทางการเมืองไทย-ออสเตรีย ครั้งที่ 1 รวมทั้งการเยือนออสเตรียของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการะทรวงการต่างประเทศของไทย เมื่อเดือนมี.ค. 2569 ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานความร่วมมือในหลากหลายมิติรอบด้าน โดยในทางเศรษฐกิจ ได้พบปะกับภาครัฐและเอกชนในรัฐต่าง ๆ เพื่อแสวงหาลู่ทางขยายตลาดสินค้าไทยและการเชิญชวนไปลงทุนในไทย ส่งเสริมธุรกิจร้านอาหารและตรา Thai SELECT ขณะเดียวกัน ยังได้ส่งเสริมความร่วมมือในสาขาแห่งอนาคตที่มีศักยภาพ ทั้งด้านนวัตกรรม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เทคโนโลยีสีเขียว พลังงานสะอาด และการพัฒนาขีดความสามารถของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ของไทยกับทั้งออสเตรีย สโลวาเกีย และสโลวีเนีย
ในด้านการทูตพหุภาคี ณ กรุงเวียนนา ประเทศไทยยังคงมุ่งส่งเสริมบทบาทอย่างแข็งขันในเวทีระหว่างประเทศในฐานะการเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือบนเวทีโลกระหว่างประเทศพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนา โดยในกรอบทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ไทยได้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะผู้ว่าการ (Board of Governors) เพื่อสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ในทางสันติและการถ่ายทอดความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนิวเคลียร์แก่ประเทศกำลังพัฒนา รวมทั้งผลประโยชน์ของไทย โดยเฉพาะด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ซึ่งคณะแพทย์ศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รับเลือกให้เป็นศูนย์การบำบัดรักษามะเร็งโดยใช้รังสีนิวเคลียร์ (Rays of Hope Anchor Centre) แห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นการยกระดับประเทศไทยเป็นศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมทางการรักษาโรคมะเร็งระดับภูมิภาค และการบริการทางการแพทย์ของไทย
ในกรอบสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ไทยยังคงมีบทบาทอย่างต่อเนื่องในการร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะผลักดันการแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยส่งเสริมการพัฒนาทางเลือกและต่อต้านสารเสพติดสังเคราะห์และยาบ้า การต่อต้านคอรัปชั่นและการรับมือกับการหลอกลวงทางออนไลน์ รวมทั้งยังมุ่งสานต่อพระราชดำริและผลักดันการนำหลักการตามข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อยกระดับมาตรฐานสากลในการปฏิบัติต่อผู้หญิงในเรือนจำ
ในด้านกิจการอวกาศ ผู้แทนไทยได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิคภายใต้คณะกรรมการสหประชาชาติว่าด้วยการใช้อวกาศส่วนนอกในทางสันติ (COPUOS) ซึ่งสะท้อนถึงการยอมรับในบทบาทและความเชี่ยวชาญของไทยในการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากอวกาศอย่างสันติและยั่งยืน และโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ต่าง ๆ
นอกจากนี้ ในกรอบองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) ไทยได้แสดงบทบาทสะพานเชื่อมภูมิภาคเอเชียและอาเซียนกับยุโรปเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและความเป็นหุ้นส่วนระหว่างสองภูมิภาค โดยเฉพาะร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม OSCE Asian Conference ที่กรุงเทพฯ เมื่อ พ.ค. 2569 โดยมุ่งเน้นความร่วมมือในการรับมือกับภัยคุกคามข้ามชาติในยุคดิจิทัล ตลอดจนการหลอกลวงทางออนไลน์
ในด้านการให้บริการกงสุลและการดูแลพี่น้องชาวไทย สถานเอกอัครราชทูตฯ มุ่งมั่นพัฒนาการให้บริการให้เข้าถึงชุมชนไทยในพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงและสะดวกยิ่งขึ้น ผ่านการจัดกิจกรรมกงสุลสัญจรเพื่อให้บริการด้านหนังสือเดินทางและให้คำปรึกษาด้านต่าง ๆ รวมถึงการประสานงานร่วมกับสมาคมคนไทยต่าง ๆ และการพัฒนาระบบการลงทะเบียนคนไทยและช่องทางติดต่อ เพื่อให้การคุ้มครอง ดูแล และให้ความช่วยเหลือแก่พี่น้องคนไทยในออสเตรีย สโลวาเกียและสโลวีเนียมีความรวดเร็ว ทั่วถึงและทันท่วงทีในกรณีฉุกเฉิน รวมทั้งร่วมกับชุมชนไทยจัดกิจกรรมจิตอาสาและกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสสำคัญต่าง ๆ ซึ่งล้วนเป็นโอกาสให้พวกเราได้สานสัมพันธ์และแสดงพลังของชุมชนไทยในต่างแดน
นอกจากนี้ พี่น้องชาวไทยทุกคนยังเป็นเสมือน “ทูตวัฒนธรรม” ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการเผยแพร่ความเป็นไทยและซอฟต์พาวเวอร์ของประเทศไทยสู่สังคมในประเทศเจ้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นผ่านอาหารไทย มวยไทย นวดไทย ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีและศาสนา ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตฯ ได้ริเริ่มและสนับสนุนการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมซอฟพาวเวอร์ของไทยเหล่านี้ร่วมกับชุมชนไทยเป็นระยะ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จัก เข้าใจ ได้รับความชื่นชมและการยอมรับในประเทศเจ้าบ้านอย่างกว้างขวาง ช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้คน และช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างประเทศไทยกับประเทศเจ้าบ้าน
สถานเอกอัครราชทูตฯ และสำนักงานทีมประเทศไทย ณ กรุงเวียนนา จะยังคงมุ่งเดินหน้าทำงานเพื่อประเทศไทยและพี่น้องชาวไทยในเขตอาณา พร้อมเปิดกว้างและทำงานร่วมกับชุมชนไทยทุกภาคส่วนอย่างใกล้ชิด ยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของพี่น้องชาวไทย รวมทั้งพร้อมสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนไทยอย่างเต็มกำลัง เพราะดิฉันเชื่อมั่นว่า ชุมชนไทยที่เข้มแข็งและเป็นหนึ่งเดียวกัน คือพลังสำคัญของประเทศไทยในต่างแดน และขอให้ทุกท่านมั่นใจว่า สถานเอกอัครราชทูตฯ จะทำหน้าที่เป็นทั้ง ผู้แทนประเทศไทยและที่พึ่งของพี่น้องชาวไทยอย่างเต็มกำลังความสามารถ
ในโอกาสนี้ ดิฉันขอส่งความปรารถนาดีอย่างจริงใจมายังพี่น้องชาวไทยทุกท่านและครอบครัว ขออำนวยพรให้ทุกท่านประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สมบูรณ์ มีจิตใจที่เข้มแข็งแจ่มใส และประสบความสำเร็จในการดำเนินชีวิต หน้าที่การงาน และภารกิจต่าง ๆ ที่มุ่งหวัง
ด้วยความปรารถนาดี
นางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง
เอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา
19 สิงหาคม 2569
